เกี่ยวกับบริษัท
Nordic Group เป็นผู้พัฒนาโครงการขนาดเล็กจากสแกนดิเนเวียที่สร้างโครงการในพัทยาในช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 ในปี 2549 นิตยสาร ScandAsia รายงานว่ากลุ่มนี้ก่อตั้งโดยผู้ประกอบการชาวนอร์เวย์ 2 คน เริ่มต้นจากโรงแรมขนาดเล็กชื่อ Nordic Garden ที่เชิงเขาพระใหญ่ และ “หมู่บ้าน” แห่งแรกซึ่งมีบังกะโล 6 หลัง ขายให้แขกของโรงแรมหมดภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นจึงมีโครงการตามมาอีกหลายแห่ง รวมถึง Nordic Terrace และ Nordic Residence ถึงช่วงเวลานั้น กลุ่มบริษัทขายที่อยู่อาศัยไปแล้วราว 150 ยูนิต ส่วนใหญ่ขายให้ผู้ซื้อจากนอร์เวย์และสวีเดน และมีแผนจะหยุดพัฒนาโครงการใหม่ชั่วคราว
เราไม่พบเว็บไซต์ของบริษัทหรือข่าวในช่วงหลัง จึงไม่ขอให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของบริษัท สำหรับผู้ซื้อ สภาพของแต่ละอาคารสำคัญกว่าความเป็นไปของแบรนด์
จุดเด่นของโครงการ
อาคารที่ใช้ชื่อ Nordic เป็นคอนโด Low Rise สูงประมาณ 6 ชั้นบนเขาพระตำหนัก ระหว่างพัทยากลางกับจอมเทียน เป็นอาคารขนาดเล็กที่มีสระว่ายน้ำในสวน ระเบียงกว้าง และห้องตั้งแต่ 1 ถึง 4 ห้องนอน ทำเลเงียบสงบบนเนินเขาที่ห่างจากถนนพลุกพล่านยังคงเป็นจุดขายหลักจนถึงทุกวันนี้ ใกล้กันมีอาคารซีรีส์ New Nordic คำบรรยายหนึ่งของ Nordic Residence ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ดังกล่าว แต่เราไม่สามารถยืนยันความเกี่ยวข้องทางกฎหมายระหว่างสองบริษัทได้
โครงการในประเทศไทย
- Nordic Terrace — อาคารสูง 6 ชั้นสไตล์รีสอร์ต ระเบียงขนาดใหญ่มองเห็นสวนเขตร้อนและสระว่ายน้ำ ห่างจากชายหาดที่เงียบสงบราว 700 ม. ห้องชั้นบนบางห้องมีวิวทะเล บทความปี 2549 ระบุว่าโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง และมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2548 ขณะที่ประกาศขายระบุปีที่สร้างเสร็จเป็นปี 2542
- Nordic Residence (2550) — อาคาร 6 ชั้นพร้อมลิฟต์ มี 51 ห้องหลายขนาด ใกล้ตลาดในชุมชนและระบบขนส่งสาธารณะ
- Nordic Park Hill (2551) — อาคาร 6 ชั้น 21 ยูนิต ย่านหาดคอซี่บีช (Cosy Beach) ห่างจากหาดคอซี่บีชและหาดพระตำหนักราว 500 ม. มีสวนเขตร้อน สระว่ายน้ำ จากุซซี่ และสระว่ายน้ำเด็ก นิตยสาร ScandAsia กล่าวถึง Nordic Park Hill ในเดือนตุลาคม 2549 ว่าเป็นโครงการล่าสุดของ Nordic Group ส่วน Nordic Active Co., Ltd. ที่ปรากฏชื่อในประกาศขาย ดูเหมือนจะเป็นผู้ดูแลการขายและการให้เช่าห้องในอาคาร
สิ่งที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบ
- อายุอาคาร อาคารเหล่านี้มีอายุราว 20 ปีหรือมากกว่า ควรตรวจสอบลิฟต์ หลังคา ระบบไฟฟ้า และสระว่ายน้ำ และสอบถามแผนซ่อมบำรุงใหญ่ของนิติบุคคลอาคารชุด
- สถานะการเงินของอาคาร ในอาคารขนาด 20–50 ยูนิต เจ้าของห้องที่ค้างชำระแต่ละรายกระทบงบประมาณอย่างมาก จึงควรขอดูรายงานการจัดเก็บค่าส่วนกลางและยอดคงเหลือของเงินกองทุน
- เอกสาร ปีที่สร้างเสร็จและขนาดห้องในแต่ละประกาศไม่ตรงกัน ควรตรวจสอบกับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) และข้อมูลของนิติบุคคลอาคารชุด
- ผู้ขายและกรรมสิทธิ์ อาคารเหล่านี้ขายให้ชาวต่างชาติมาตั้งแต่ต้น หากซื้อห้องมือสองต่อจากเจ้าของชาวต่างชาติ ควรตรวจสอบว่า อ.ช.2 เป็นชื่อของผู้ขายจริง และไม่มีค่าส่วนกลางค้างชำระ ก่อนวางเงินมัดจำ
- การปล่อยเช่า หากวางแผนปล่อยเช่า ควรตรวจสอบข้อบังคับเรื่องการให้เช่าของอาคาร และความต้องการเช่าระยะยาวจริงในย่านนี้ของเขาพระตำหนักไว้ล่วงหน้า