เกี่ยวกับบริษัท
Porchland Group เป็นผู้พัฒนาโครงการในพัทยาที่เติบโตมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ในบทสัมภาษณ์กับ Pattaya Mail เมื่อปี พ.ศ. 2555 ผู้บริหารเล่าว่าบริษัทเริ่มต้นจากการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างให้ผู้พัฒนาโครงการท้องถิ่นรายอื่น เช่น Hyde Park, Park Lane, The View และ Atlantis แล้วจึงหันมาพัฒนาโครงการเองเมื่อมีทั้งประสบการณ์และที่ดินของตนเอง โครงการแรกของบริษัทเองคืออาคารพาณิชย์ 22 ยูนิต ตามด้วยโครงการที่อยู่อาศัย Porchland 2 และ Porchland 3
บริษัทเป็นบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เราไม่พบเว็บไซต์ทางการ ในประกาศขายสาธารณะ โปรไฟล์ของ Porchland Group อยู่ภายใต้นิติบุคคลชื่อ Madcha Land Development Co., Ltd. ซึ่งเราไม่สามารถยืนยันความเชื่อมโยงนี้จากข้อมูลทะเบียนบริษัทได้
จุดเด่นของโครงการ
ตามที่บริษัทอธิบายไว้ แนวทางของ Porchland คือการคุมราคาด้วยการเลี่ยงที่ดินแปลงราคาสูง และขายห้องแบบพร้อมอยู่ (turnkey) คือตกแต่งเสร็จ มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ ผู้ซื้อจึงเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้ทันที โครงการช่วงแรกมักเป็นอาคาร 8 ชั้น และในปี 2555 บริษัทประกาศขยับสู่อาคารสูง โดยเริ่มจาก La Santir
ผลงานส่วนใหญ่อยู่ที่จอมเทียนและนาจอมเทียน (ย่านชัยพฤกษ์และซอยนาจอมเทียน 4) และที่นาเกลือ ส่วนนอกพัทยา บริษัทเปิดตัวโครงการที่ศรีราชา
โครงการในประเทศไทย
- Porch Land 2 — อาคาร 8 ชั้น 2 หลัง รวม 154 ยูนิต ในซอยชัยพฤกษ์ 3 ปี 2555
- The Blue Residence — ประมาณ 300 ยูนิต ซึ่งบริษัทระบุว่าขายหมดภายในราว 2 เดือน
- The Time — โครงการที่ศรีราชา ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
- Feelture (Porchland 6) — 301 ยูนิต ในซอยนาจอมเทียน 4 เปิดตัวปี 2555
- La Santir — อาคารสูง 29 ชั้น 523 ยูนิต ในย่านชัยพฤกษ์ฝั่งจอมเทียน เปิดตัวปลายปี 2554 และสร้างเสร็จปี 2558
- The Prim Grand Condo — อาคาร 8 ชั้นที่นาเกลือ ได้รับสินเชื่อเพื่อการก่อสร้างจาก LH Bank ในปี 2555 และตามข้อมูลจากประกาศขายสาธารณะ สร้างเสร็จในปี 2560
สิ่งที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบ
Porchland ขายห้องแบบตกแต่งครบ ดังนั้นในอาคารที่สร้างช่วงปี 2555–2560 เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าชุดเดิม จะมีอายุราวสิบปีหรือมากกว่านั้น ควรเผื่องบสำหรับปรับปรุงห้อง และประเมินจากสภาพห้องจริง ไม่ใช่จากภาพในสื่อการตลาดชุดเก่า
La Santir เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีห้องสตูดิโอขนาดประมาณ 26 ตร.ม. จำนวนมาก จึงมีห้องลักษณะคล้ายกันประกาศขายและให้เช่าอยู่ตลอด ชั้น วิว และสภาพห้องเป็นตัวกำหนดราคาและความเร็วในการปิดการขาย ในทางกลับกัน The Prim Grand Condo เป็นอาคารขนาดเล็กที่วางแผนไว้ 64 ยูนิต ขนาด 45–50 ตร.ม. นิติบุคคลอาคารชุดขนาดเล็กมีงบประมาณน้อยกว่า และการซ่อมใหญ่แต่ละครั้งจะกระทบเงินสมทบของเจ้าของร่วมมากกว่า จึงควรตรวจเงินกองทุน
ก่อนวางเงินจอง ควรสอบถามสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดเรื่องค่าส่วนกลางค้างชำระของห้อง และตรวจหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการไม่มีเว็บไซต์สาธารณะ ให้ขอเอกสารของอาคาร ได้แก่ เอกสารการจดทะเบียนอาคารชุด ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด และรายงานการประชุม จากสำนักงานบริหารอาคารโดยตรง และควรระวังเรื่องชื่อ เพราะมีอาคารอีกแห่งชื่อ The Prim อยู่ใกล้กับ The Prim Grand Condo ซึ่งเป็นคนละอาคารกัน